วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

“8 กรกฎ”

“8 กรกฎ
"ประเพณีวิ่งเขาสามมุข"
วิ่งประเพณีเขาสามมุข เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาของนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา โดยจัดให้มีขึ้นในวันที่ 8 กรกฎาคม ของทุกปี เพื่อรำลึกถึงวันสถาปนามหาวิทยาลัย จะจัดให้ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันได้เข้าร่วมกิจกรรม ประเพณีนี้นิสิตที่นี่เค้าเล่ากันต่อๆมาว่า ถ้าได้เรียนที่ ม.บูรพาจะต้องเข้าร่วมประเพณีวิ่งเขาสามมุข ถ้าไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ ก็จะเรียนไม่จบ นี่เป็นความเชื่ออีกอย่างหนึ่งที่ชาวบูรพาเล่าต่อๆกันมา
กิจกรรมการวิ่งประเพณีเขาสามมุขนี้ จะเริ่มตั้งแต่ในยามเช้าตรู่โดยจะมีรถมารับนิสิตจากหน้าอาคาร ภปร.ไปส่งเชิงเขาสามมุขที่เป็นจุดสตาร์ท จากนั้นจะมีการปล่อยตัวนักวิ่ง ประเพณีเขาสามมุขสู่มหาวิทยาลัยบูรพา โดยเส้นทางในการวิ่ง จะวิ่งจากเขาสามมุข ผ่านแหลมแท่น สู่ถนนเลียบชายหาดบางแสน ผ่านวงเวียนบางแสน เข้าสู่ถนนหน้ามหาวิทยาลัย จุดเส้นชัยจะอยู่ที่บริเวณสวนสวนเทาทอง 50 ปี จุดนี้เองเป็นจุดสำคัญสำหรับนิสิตอย่างเราๆ เพราะบริเวณเส้นชัยนี่เอง ที่มีความเชื่อมาหลายต่อหลายรุ่นแล้วว่า ถ้าได้เหยียบตัว A ตรงคำว่า GOAL ผลการเรียนของเราก็จะได้ A ด้วย ถึงจะเป็นเรื่องของความเชื่อ แต่ทุกปีที่วิ่งประเพณีตัว A ก็จะถูกเหยียบจนสีจางไปเลยทีเดียว
เส้นทางของการวิ่งเขาสามมุข

ในการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาก็เพื่อส่งเสริมให้นิสิตมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง รู้รักสามัคคีแล้ว ทางมหาวิทยาลัยได้จัดให้มีการมอบถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะในการวิ่งเขาสามมุข เป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่นิสิตที่ชนะสามารถวิ่งจากเขาสามมุขมาถึงมหาวิทยาลัยเป็นคนแรก เมื่อวิ่งมาถึงมหาวิทยาลัยแล้วจะได้ยินเพลงแห่งความภาคภูมิใจ นั่นคือ เพลง แปดกรกฎ
เนื้อร้องของเพลง " แปดกรกฎ " อันเป็นหนึ่งในบรรดาเพลงประจำมหาวิทยาลัยบูรพา
                                                ม.ล.ปิ่น มาลากุล 
 วันที่แปดกรกฎกำหนดไว้
เป็นวันวิทยาลัยการศึกษา
ขยายออกท้องถิ่นจินตนา
ให้อุดมศึกษาแก่ชาวไทย

เลือกจำเพาะเหมาะดีที่บางแสน
ต้องวางแผนกะการเป็นงานใหญ่
วางศิลาฤกษ์ลงตรงชายไพร
เพื่อจะได้ตึกงามอร่ามตา
ตัดมะพร้าวแผ้วถางสร้างถนน
แต่ละต้นเสียดายเป็นหนักหนา
เพราะน้ำหอมระรื่นชื่นอุรา
แต่เพื่อการศึกษาก็จำใจ
ท่านผู้ใดจะใช้ถนนนี้
ทุกทิวาน่าที่จะครวญใคร่
ว่าตนช่วยสร้างวิทยาลัย
ให้ชื่อหอมแทนได้หรือไม่เคย

ความประทับใจในวันที่8กรกฎ


การได้เข้าร่วมกิจกรรมในวันที่8กรกฎครั้งนี้ทำให้ได้อะไรหลายๆอย่างเลยทีเดียว  เป็นอะไรที่น่าภูมิใจมากๆเลยที่เราได้วิ่งมาถึงเส้นชัยและได้เหยียบเอมันทำให้เรามีกำลังใจในการเรียนมากๆ  ในวันที่7ก่อนวันวิ่งตอนกลางคืนเราแทบจะไม่ได้นอนเลยก็กลัวว่าจะตื่นไม่ทันไปวิ่งเขาสามมุขเพราะเราต้องไปแต่เช้า และก็ไปนอนต่อบนเขาสามมุขกว่าจะปล่อยตัวก็ทำเอารอซะนานหลับไปหลายตื่นเลย พอปล่อยตัวก็ต่างคนต่างวิ่งมันทำให้เราได้อะไรหลายๆอย่างทั้งความสามัคคีที่เราต้องวิ่งไปพร้อมๆกับเพื่อนเอกสังคมโดยไม่ทิ้งกัน ได้ความอดทนที่จะต้องวิ่งไปให้ถึงเส้นชัยแม้ว่าจะเหนื่อยขนาดไหน  ได้ความสนุกและได้ดูวิวทิวทัศน์ของชายหาดทะเลบางแสนซึ่งป็นทีที่ใครหลายคนบอกว่าอยากมาเรียนมหาวิทยาลัยบูรพาก็เพราะอยู่ใกล้ทะเลบางแสน ในวันที่8กรกฎปี2554เป็นอะไรที่น่าจดจำมากๆและเราก็ไม่มีวันลืมสิ่งดีๆเหล่านี้...........................




วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การแบ่งประเภทสื่อการสอน




Educational  Media       สื่อการศึกษา
Instructional  Media  สื่อการสอน
สื่อการสอน Instructional  Media
ความหมาย
                หมายถึงตัวกลางที่ใช้ในการถ่ายทอดความรู้  ประสบการณ์  ความคิดและทักษะต่าง ๆ ไปสู่ผู้เรียน 
ความสำคัญ
                                สื่อเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญ  เพราะสื่อจะเป็นตัวการสำคัญที่นำเอาความรู้  ความคิด  ประสบการณ์และทักษะต่าง  ๆ ไปสู่ผู้เรียน  กระบวนการเรียนการสอนจำเป็นต้องใช้สื่อ  สื่อการสอนทำให้ความเป็นนามธรรมไปสู่รูปธรรม
ประเภทของสื่อการสอน
}  แบ่งตามลักษณะภายนอกและคุณสมบัติของสื่อการสอน
}  แบ่งตามแนวคิดเทคโนโลยีการศึกษา
}  แบ่งตามประสบการณ์การเรียนรู้จากธรรมไปสู่นามธรรม  (Edgar  Dale)
สื่อการสอน
Percival  and  Ellington(1984)  และ  De  Kieffer  (1965)  ได้แบ่งสื่อการสอนตามลักษณะภายนอกและคุณสมบัติของสื่อการสอน  มี  3  ประเภท
1.             สื่อที่ไม่ต้องฉาย  (non  projected  material)
2.             สื่อที่ต้องฉาย  (projected  material)
3.             สื่อที่เกี่ยวกับเสียง  (Audio material )
แบ่งตามแนวคิดเทคโนโลยีการศึกษา
                1.  วัสดุ  -  สื่อที่ผลิตขึ้น  เช่น  รูปภาพ  แผนภูมิ
                2.  อุปกรณ์  -  เครื่องมืออุปกรณ์  สำเร็จรูป  ทั้งที่สามารถใช้ได้ด้วยตนเอง  เช่น  หุ่นจำลอง  และสื่อที่ต้องใช้ร่วมกับวัสดุ  เช่น  วีดิทัศน์  สไลด์
                3.  วิธีการ  -  กิจกรรม  เกม  ศูนย์การเรียน  ทัศนศึกษา  สถานการณ์จำลอง  แหล่งความรู้ชุมชน 
                สื่อการสอนประเภทวัสดุ  (Software  or  Material)
                                -  เป็นสิ่งที่ได้รับบรจุเนื้อหาสาระเรื่องราวหรือความรู้ไว้ในลักษณะต่าง ๆ
                สื่อการสอนอุปกรณ์  (Hardware)
                                -  เป็นตัวผ่านที่ทำให้ข้อมูล  ความรู้  หรือสาระ  ที่อยู่ในวัสดุสามารถถ่ายทอดออกมา   
                สื่อการสอนประเภทเทคนิคและวิธีการ(Techniques  and  Methods)
                                สื่อการสอนที่มีลักษณะเป็นแนวความคิด  รูปแบบขั้นตอนในการเรียนการสอน  หรือเทคนิค  ที่ไม่มีลักษณะทางกายภาพเป็นวัสดุหรืออุปกรณ์  แต่สามารถใช้วัสดุอุปกรณ์มาช่วยในการดำเนินงานได้
สื่อการสอน  แบ่งตามประสบการณ์การเรียนรู้จากรูปธรรมไปสู่นามธรรมของ  Edgar Dale
1.   ประสบการณ์ตรงที่มีความหมาย                    7.  โทรทัศน์
2.   ประสบการณ์จำลอง                                          8. ภาพยนตร์
3.   ประสบการณ์นาฏการ                                        9.  ภาพนิ่ง
4.     การสาธิต                                                            10.  ทัศนสัญลักษณ์
5.     การศึกษานอกสถานที่                                      11.  วัจนสัญลักษณ์
6.     นิทรรศการ
1.             ประสบการณ์ตรงที่มีความหมาย  (Direct  or  Purposeful  Experiences) 
                                เป็นสื่อการสอนที่สร้างประสบการณ์ให้ผู้เรียนสามารถรับรู้  เรียนรู้ด้วยตนเอง  ลงมือปฏิบัติ  เข้าไปอยู่ในสถานการณ์จริงและได้สัมผัสด้วยตนเองจากประสาทสัมผัสทั้งห้า  เช่น  การฝึกทำอาหาร  การทดลองต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับโปรเจคเตอร์
2.             ประสบการณ์จำลอง  (Contrived  experience)
                                เป็นสื่อการสอนที่ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุดแต่ไม่ใช่ความเป็นจริง  อาจเป็นสิ่งของจำลอง  หรือสถานการณ์จำลอง  เช่น  การฝึกหัดผ่าตัดตาด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  การฝึกหัดขับเครื่องบินด้วยเครื่อง  Flight  Simulator
3.             ประสบการณ์นาฏการหรือการแสดง  (Dramatized  Experience)
                                เป็นสื่อการสอนที่ผู้เรียนรู้จากประสบการณ์  ในการแสดงบทบาทสมมุติ  หรือการแสดงละคร  นิยมใช้สอนในเนื้อหาที่มีข้อจำกัดในเรื่องยุคสมัยเวลา
4.             การสาธิต  (Demonstration)
                                เป็นสื่อการสอนที่ผู้เรียนเรียนรู้จากการดูการแสดงหรือการกระทำประกอบคำอธิบาย  เพื่อให้เห็นลำดับขั้นตอนของการกระทำนั้น ๆ  เช่นการสาธิตอาบน้ำเด็กแรกเกิด
5.             การศึกษานอกสถานที่  (Field  Trip)
                                เป็นสื่อการสอนที่จัดให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ต่าง ๆ ภายนอกชั้นเรียนโดยการท่องเที่ยว  หรือการเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ โดยมีการจดบันทึกสิ่งที่พบ  ตลอดจนอาจมีการสัมภาษณ์บุคคลที่ดูแลสถานที่เยี่ยมชม
6.             นิทรรศการ  (Exhibits)
                                เป็นสื่อการสอนที่จัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสิ่งต่าง  ๆที่ได้จัดแสดงไว้ในลักษณะของนิทรรศการ  หรือการจัดป้ายนิเทศ ผู้เรียนจะเรียนรู้จากสาระและเนื้อหาที่แสดงไว้ในนิทรรศการหรือป้านนิเทศ
7.             โทรทัศน์  (Television)
                                เป็นการใช้โทรทัศน์เป็นสื่อในการสอนโดยเฉพาะ  เน้นที่โทรทัศน์การศึกษาและโทรทัศน์เพื่อการเรียนการสอน  เป็นการสอนหรือให้ข้อมูลความรู้แก่ผู้เรียนหรือผู้ชมที่อยู่ในห้องเรียนหรือทางบ้าน  ใช้ทั้งระบบวงจรปิดและวงจรเปิด  ซึ่งการสอนอาจเป็นการบันทึกลงเทปวีดิทัศน์  หรือเป็นรายการสดก็ได้  การใช้สื่อการสอนในกรณีนี้ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้จากการชมโทรทัศน์
8.             ภาพยนตร์  (Motion  Picture)
                                เป็นการใช้ภาพยนตร์ที่มีลักษณะเป็นภาพเคลื่อนไหว  มีเสียงประกอบ  และได้บันทึกลงไว้ในแผ่นฟิล์ม  มาเป็นสื่อในการสอน  ผู้เรียนจะเรียนรู้หรือได้ประสบการณ์ทั้งจากภาพและเสียง  หรือจากภาพอย่างเดียวถ้าเป็นภาพยนตร์เงียบ
         9.  ภาพนิ่ง  วิทยุ  และแผ่นเสียง  (Recording, Radio, and  Still  Picture)
                                เป็นการใช้สื่อการสอนที่เป็นภาพนิ่ง  วิทยุ  หรือเทปบันทึกเสียง  เพื่อให้ประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน  สื่อเหล่านี้เป็นสื่อที่ผู้เรียนสัมผัสได้เพียงด้านเดียว  เช่น  สื่อภาพนิ่งซึ่งอาจเป็นรูปภาพ  สไลด์  หรือภาพวาด  ภาพล้อ  หรือภาพเหมือนจริง  ซึ่งผู้เรียนเรียนรู้จากการดูภาพ  สื่อวิทยุเป็นสื่อที่ผู้เรียนเรียนรู้จากการฟัง  ข้อมูลหรือสาระความรู้ที่บันทึกอยู่ในสื่อประเภทนี้จะสามารถให้ประสบการณ์แก่ผู้เรียนได้  ถึงแม้ผู้เรียนจะอ่านหนังสือไม่ออก  ก็สามารถเข้าใจใจเนื้อหาบทเรียนได้  เนื่องจากเป็นการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนโดยผ่านการฟังหรือดูภาพ
10.      ทัศนสัญญลักษณ์  (Visual  Symbols)
                                วัสดุกราฟิกทุกประเภท  เช่น  แผนที่  แผนภูมิ  แผนสถิติ  แผนภาพ  การ์ตูนเรื่อง  หรือสัญลักษณ์รูปแบบต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการสื่อความหมาย  การใช้สื่อประเภทนี้ผู้เรียนจำเป็นต้องมีพื้นฐานในการทำความเข้าใจสิ่งที่เป็นรูปธรรมที่นำมาใช้ในการสื่อความหมายจึงจะเข้าใจเนื้อหาบทเรียนที่นำเสนอโดยสื่อเป็นอย่างดี  เนื้อหาจะถูกสื่อความหมายผ่านทางสัญลักษณ์  หรืองานกราฟิก  ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้จากการตีความสัญลักษณ์ที่นำมาใช้สื่อความหมาย
11.      วจนสัญญลักษณ์  (Verbal  Symbol)
เป็นสื่อการสอนที่อยู่ในรูปแบบของคำพูด  คำบรรยาย  ตัวหนังสือ  ตัวเลข  หรือสัญลักษณ์พิเศษต่าง  ๆที่ใช้ในภาษาการเขียน  ประสบการณ์การเรียนรู้ที่จัดให้ผู้เรียนโดยผ่านสื่อประเภทนี้  จัดว่าประสบการณ์ขั้นที่มีความเป็นนามธรรมมากที่สุด
ตัวอย่างสื่อการสอน






1.มีการกล่าวถึงความหมายของ สื่อการสอนประเภท วัสดุ ว่าเป็น สิ่งหรือวัสดุสิ้นเปลือง ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร
                -ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าไม่เห็นด้วยว่าสื่อการสอนประเภทวัสดุนั้นสิ้นเปลืองถ้าเรารู้จักใช้สื่ออย่างคุ้มค่า และใช้สื่อที่หาได้ง่ายตามท้องถิ่น อีกอย่างสื่อการสอนประเภทวัสดุก็เป็นสื่อที่ช่วยการเรียนการสอนเข้าใจได้ง่ายและเห็นภาพชัดเจน 

2.กรวยประสบการณ์ของ Edgar Dale แบ่งสื่อการสอนโดยยึดหลักอะไร / สรุปสาระสำคัญ
                -ได้แบ่งสื่อการสอนออกเป็น  11  ประเภท  โดยพิจารณาจากลักษณะของประสบการณ์ที่ได้รับจากสื่อการ  ได้แก่
     1. ประสบการณ์ตรง ซึ่งเป็นขั้นที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด เพราะผู้เรียนได้รับประสบการณ์จากของจริง สถานที่จริง
     2. ประสบการณ์รอง     ผู้เรียนเรียนจากสิ่งที่ใกล้เคียงกับความจริงที่สุด
     3.ประสบการณ์นาฏกรรมหรือการแสดง เป็นการแสดงบทบาทสมมติ หรือการแสดงละคร
     4. การสาธิต เป็นการแสดงหรือกระทำประกอบคำอธิบาย
     5. การศึกษานอกสถานที่ ให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ภายนอกที่เรียน
     6. นิทรรศการ เป็นการจัดแสดงสิ่งของต่างๆ การจัดป้ายนิเทศ
     7.โทรทัศน์ ใช่ส่งได้ทั้งระบบวงจรเปิดหรือวงจรปิด การสอนจะเป็นการสอนสดหรือบันทึกลงบนวีดิทัศน์
     8. ภาพยนตร์ เป็นภาพที่บันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ลงบนฟิล์ม
     9. การบันทึกเสียง วิทยุ ภาพนิ่ง เป็นการฟังหรือดูภาพโดยไม่ต้องอ่าน
    10. ทัศนสัญลักษณ์ เช่น แผนภูมิ แผนที่ แผนสถิติ
    11. วจนสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นขั้นนามธรรมมากที่สุด ได้แก่ ตัวหนังสือ เสียงพูด

                                                                                                      

ประกาศภาวะฉุกคิด  : 10 อันดับเรื่องโกหกที่งี่เง่าที่สุด





                                                                                                                                 


วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ความรู้และประสบการณ์ที่สะสมมา

หลักและแนวคิดวิธีระบบ
     ระบบ คืออะไร
ภาพรวมของหน่วยสมบูรณ์ที่ประกอบด้วยหน่วยย่อยที่เป็นอิสระแต่มีความสัมพันธ์และมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันโดยมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน
จากความหมายข้างต้น สรุปได้ว่า ระบบจะต้องมี
1.             องค์ประกอบย่อย
2.             องค์ประกอบย่อยนั้นต้องมีความสัมพันธ์กัน     มีการโต้ตอบ มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
3.             ระบบต้องมีเป้าหมายในการดำเนินกิจกรรมนั้น ๆ
4.             กลไกการควบคุมเพื่อให้ทำงานตามจุดมุ่งหมาย

  ลักษณะของระบบที่ดี
1.             มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม (Interact with environment)
2.             มีจุดมุ่งหมายหรือเป้าหมาย (Purpose)
3.             มีการรักษาสภาพตนเอง (Self-regulation)
4.             มีการแก้ไขตนเอง (Self-correction)
ระบบเปิดและระบบปิด
ระบบเปิด คือ ระบบที่รับปัจจัยนำเข้า (Input)       จากสิ่งแวดล้อมและขณะเดียวกันก็ส่งผลผลิต (Output) กลับไปให้สิ่งแวดล้อมอีกครั้งหนึ่ง เช่น ระบบสังคม ระบบการศึกษา ระบบหายใจ ฯลฯ
ระบบปิด คือ ระบบที่มิได้รับปัจจัยนำเข้าจากสิ่งแวดล้อม หรือรับปัจจัยนำเข้าจากสิ่งแวดล้อมน้อยมาก แต่ขณะเดียวกันก็ส่งผลผลิต (Output) ให้กับสิ่งแวดล้อมได้ด้วย เช่น ระบบไฟฉาย ระบบแบตเตอร์รี่ ฯลฯ
การคิดอย่างมีระบบ คือ
การพิจารณาปฏิสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องระหว่าง    การดำเนินงานและองค์ประกอบทั้งหลายในระบบมิใช่มองเพียงจุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น
วิธีระบบ (Systems approach)
เป็นการวางแผนระบบใหม่หรือพัฒนาระบบให้ดีขึ้นหลังการวิเคราะห์ระบบแล้วโดยกำหนดขั้นตอนที่เหมาะสม จัดวางปรัชญา ปณิธาน จุดมุ่งหมาย องค์ประกอบ ภารกิจ ปฏิสัมพันธ์ ปัจจัยเกื้อหนุน และการประเมินเพื่อประสิทธิภาพของงาน
ตัวอย่างวิธีระบบ
1. วิเคราะห์         
2. สังเคราะห์
3. สร้างแบบจำลอง 
4. ทดลองใช้และประเมินผลเพื่อปรับปรุงแก้ไข
กระบวนการแก้ปัญหาด้วยวิธีระบบ
1. กำหนดปัญหา
2. กำหนดขอบข่ายของปัญหา
3. วิเคราะห์ปัญหา
4. กำหนดแนวทางแก้ปัญหา
กระบวนการแก้ปัญหาด้วยวิธีระบบ
5. การเลือกแนวทางแก้ปัญหา 
6. วางแผนเตรียมการแก้ปัญหา 
7. นำไปทดลองกับกลุ่มย่อย 
8. ควบคุมตรวจสอบเพื่อปรับปรุงแก้ไข
การพัฒนาระบบ
1. กำหนดภาพรวม สร้างภาพขึ้นในสมอง
2. รวบรวมข้อมูลเพื่อกำหนดจุดมุ่งหมาย
3. กำหนดคุณลักษณะ ความสามารถของระบบ (อยากให้ระบบทำอะไรได้บ้าง)
การพัฒนาระบบ
4. ศึกษา กำหนดองค์ประกอบต่างๆ
5. กำหนดหน้าที่ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่างๆ
6. กำหนดกลไกการทำงาน กลไกการควบคุมเพื่อให้ได้ตามจุดมุ่งหมาย  
7. ศึกษาสภาพแวดล้อมเพื่อการใช้ระบบ
กรอบแนวคิดในการออกแบบและพัฒนาการสอน
จะออกแบบและพัฒนาโปรแกรมนี้ไว้เพื่อใคร(วิเคราะห์ผู้เรียน)
- ต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนอะไร หรือมีความสามารถที่จะทำอะไรได้บ้าง (กำหนดจุดมุ่งหมายการเรียน)
-  ผู้เรียนจะเรียนรู้เนื้อหาวิชา/ทักษะต่าง ๆ ได้ดีที่สุดอย่างไร (กำหนดวิธีสอนและกิจกรรมการเรียน)
-  จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้เรียนประสบผลสำเร็จในการเรียนรู้ (กระบวนการประเมิน)